ปัญหา
เคยได้ยินไหม
“ทำไงดีวะ จะแก้ปัญหาไงดีวะ”
“ไม่เห็นจะยากเลย ก็ตั้งกฎขึ้นมาดิ ให้มันทำตามกฏ ง่ายจะตาย”
ปัญหาคือสิ่งที่มีทางแก้ไข แต่หากแก้ไขไม่ได้ ก็ตั้งกฎขึ้นมาซะ แล้วยอมรับมัน
พรหมแดนของความรัก – imenn
วินาทีที่ผมและเธอบอกเลิกกัน ผมไม่ได้ปวดร้าวเสียใจ เลยคิดว่า บางที ผมอาจจะก้าวข้ามพรมแดนของความรักไปแล้ว ผมเคยเจอหญิงสาวที่หวาดกลัวการตกหลุมรัก ผมตัดสินเธอว่า เธอเองยังไม่ได้ก้าวเข้ามาในพรมแดนของความรัก ผมเองไม่หวาดกลัวการตกหลุมรัก แต่ไม่โศกเศร้ากับความรัก ผมจึงคิดว่า ผมได้ผ่านพรมแดนของความรักไปแล้ว แต่แล้วเมื่อผ่านไปครึ่งเดือน เมื่อความยุ่งเหยิงทั้งหลายในชีวิตเร่ิมบรรเทา ความเศร้ากลับเผยตัวมาอย่างเงียบเชียบ และกลั่นตัวเป็นหยดน้ำตา ที่ผมคิดว่าผมไม่ได้เศร้า แท้จริงนั้น ความเศร้าได้เดินทางช้าไปครึ่งเดือนต่างหาก ชีวิตคือการเดินทางโดยตลอด บางทีวันนึงผมอาจจะเดินทางผ่านพรมแดนของความรักไปก็ได้ แต่ยังไม่ใช่วันนี้
บางที
“บางทีเราก็เหมือนจะอยู่คนเดียวบนโลก
ไม่เห็นสนุกเลย “
แค่ประโยคสั้นๆ
ทำไมต้องมานั่งใส่ใจมากขนาดนี้นะ
หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง ที่เกิดขึ้นกับผม และคนๆ นี้ คนที่เอ๋ยประโยคนี้
บ่งบอกอยู่ตลอดเวลาว่าเราไม่เข้ากัน
หลายคราวหลายหนที่ผมพยายามตัดใจ แต่สุดท้ายก็มีเหตุให้ต้องคิดถึงอยู่เสมอ
นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่รู้สึกเหมือนว่าประโยคนี้ส่งตรงมาที่ผม ทั้งที่ความจริงแล้ว มันอาจจะไม่ใช่ผมก็ได้
วันนั้น วันที่ประตูห้องถูกเปิดออก ผมพบเธอนั่งทำงานอยู่เพียงลำพัง
โดยไม่มีคำทักทายใดๆ ผมนั่งลงตรงหน้าคอมพิวเตอร์ถัดจากโต๊ะทำงานของเธอมาไม่ไกลนัก
หยิบหูฟัง ที่ไม่เคยใช่เมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คน ขึ้นมาอุดหู
หูฟังที่เงียบสนิท ไม่มีเสียงเพลงใดดังออกมา
เป็นสัญญาณบอกว่า ผมไม่อยากจะโต้ตอบกับสิ่งเร้าที่อาจจะมารบกวนโสตประสาท
แต่ก็ยังคงคอยแอบฟังอยู่ลึกๆ ว่า จะมีเสียงใดหลุดออกมาจากปากของเธอรึเปล่า
ในห้องเงียบสนิท
มันเหมือนกับมีกำแพงขนาดใหญ่ กั้นเราสองคนออกจากกัน
เหมือนเราอยู่ตัวคนเดียวในห้องที่มีสองคน
มันไม่สนุกเลยจริงๆ
ผมไม่รู้ว่าประโยคข้างบนที่เธอเขียนหมายถึงความรู้สึกเดียวกับที่ผมเจอรึเปล่า
ผมไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้อย่างไร
สมัยมัธยม ผมเคยเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันมาแล้ว ผมใช้เวลานานมาก กว่าที่จะคุยกับผู้หญิงสมัยเด็กได้อย่างปกติ
จนทุกวันนี้เธอเป็นน้องสาวที่น่ารักคนหนึ่งของผมไปแล้ว
ผมได้แต่หวังว่าผู้หญิงคนนี้ ซักวันหนึ่ง ผมคงจะคุยกับเธอได้สนิทสนม เหมือนน้องสาวที่น่ารักของผมคนนั้น
คิดๆ ดูแล้วเหตุการณ์ ตอนเด็ก กับเหตุการณ์ตอนนี้ก็คล้ายๆ กันเลยนะ
ถ้ามันเหมือนกันจริงๆ เขาก็คงชอบผมด้วยแน่ๆ (แอบเข้าข้างตัวเองเล็กๆ)
แต่ผมจะทำไงดีอะ จะปล่อยให้ผ่านไป จนกลายเป็นพี่น้องกันในที่สุด ดีไหม
ท้องฟ้าสีอะไร

“ฟ้าก็ยังคงเป็นฟ้า”
เสียงเพลงที่ดังก้องอยู่ในหูชวนให้คิดถึงท้องฟ้าที่คอยเฝ้ามองอยู่ทุกวัน
ฟ้าไม่เคยเหมือนเดิม ทุกวันฟ้าเปลี่ยนไป บางครั้งมีเมฆมากจนมองให้เห็นสีฟ้า หรือบางวันฟ้าสดใสไร้เมฆบัง
เรามักจะเปรียบท้องฟ้าที่ขุ่นมัวเหมือนคนเศร้าที่เจอแต่ปัญหาต่างๆ เข้ามาในชีวิต มองไม่เห็นแสงเห็นตะวัน
ต่างกับฟ้าที่สดใส มีชีวิตชีวา
มีใครเคยถามท้องฟ้าบ้างไหมว่าจริงๆ แล้วฟ้าอยากเป็นแบบไหนกันแน่
ปายฝน ต้นหนาว
มรสุมโหมกระหน่ำเข้ามา ลูกแล้วลูกเล่า
ผมได้แต่นั่งขดตัวอยู่แต่ในห้องแคบ แคบ ไร้แสงสี ไร้ผู้คน
ไร้ตัวตน แห่งอดีต อนาคต และปัจจุบัน
รอวันที่เมฆฝนปกคลุมท้องฟ้าจะจางหายไป
เผยให้แสงอาทิตย์ได้ส่องนำทาง สู่ความสดใสอีกครั้ง หนึ่ง
และเมื่อถึงวันนั้น
วันที่เมฆสีเทาจางไป ลมหนาว ก็จะพัดเข้ามา “
อิซึมิ burn ตั๋วเที่ยวเดียว
วันก่อนมีพี่ส่งลิงค์ของเว็บพันทิพมาให้ เปิดเข้าไปดูก็พบกับร้านอาหารชื่ออิซุมิ

ภาพจากเว็บ "http://gourmet.masii.com/th/restaurant/images/shop/s_pic1_20060829153234id1164.jpg"
อิซุมิ เป็นร้านเนื้อย่างอยู่ตรง เซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เห็นรูปภาพในเว็บแล้วก็ชวนให้เกิดความหิว
เคยคุยกับพี่เอาไว้ว่าจะต้องไปลองกินให้ได้ซักที ผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้กินซักที
วันนี้พอดีมีเพื่อนทักมาในเว็บว่าไปหาไรกินกัน เลยเข้าที เสนอเพื่อนไปว่าไปกินเนื้อย่างกันดีกว่า
ตอนแรกเพื่อนก็ลังเลอยู่พักหนึ่ง กลัวว่ามันจะไกลจากหอเขา แต่พอบอกว่าอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัย ก็เป็นอันตกลง
เพราะเดินทางสะดวก มีรถไฟฟ้าผ่าน
หลังจากนั้นก็ส่งลิงค์ให้เพื่อนดูเพื่อเรียกน้ำย่อย เพื่อนบอกกลับมาว่า น่ากินดี ราคาก็ไม่แพงเกิน พอรับได้ 180 กว่าบาท
นัดแนะเวลากันเรียบร้อย ผมก็จัดของเก็บ ขึ้นรถเมล์ต่อรถไฟฟ้า ตรงไปยังอนุสาวรีย์
เจอเพื่อนที่หน้าเซนจูรี่ ก็เดินกันเข้าไป ขึ้นไปชั้นสอง เดิน เข้าไปด้านในหน่อยก็เจอป้ายร้านอิซุมิ ภาษาญี่ปุ่นตัวใหญ่
พอมายืนอยู่หน้าร้านถึงกับอึ้ง บุฟเฟ่ 299 ทำไมมันแพงจังวะ ไม่เห็นเหมือนในเว็บที่ได้มาเลย
มองหน้ากันสองคน เอาก็เอาวะ อุตส่ามาละ เพิ่มอีกร้อยคงไม่เป็นไร
ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในร้าน มีพนักงานเข้ามาถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“กี่ท่านค่ะ” “สองครับ”
ผมกับเพื่อนกำลังจะเดินตรงเข้าไป แต่น้องพนักงานคนเดิมก็ชี้ไปที่เคาท์เตอร์
“เดี๋ยวจ่ายเงินทางนี้ก่อนนะค่ะ”
เกิดอาการงงครั้งที่สองผมหันไปมองหน้าเพื่อน เหมือนเพื่อนจะรู้ทันว่าผมคิดอะไรอยู่
ยังไม่ได้กินเลยต้อง จ่ายแล้วหรอ
ผมก็เดินไปที่เคาท์เตอร์
พนักงานที่เคาท์เตอร์ยิ้มให้
“จะรับแบบไหนดีค่ะ”
(มันมีกี่แบบวะ)
“มีแบบไหนบ้างครับ”
“ก็ถ้ามาสองท่านแนะนำเป็นชุดที่สองค่ะ เลือกอาหารได้ หกอย่าง ท่านละ 240 บาทค่ะ”
(แต่ในเมนูมันเขียนไว้ว่าสองคน สองร้อยแปดสิบกว่า ไม่ใช่หรอ กลายเป็นคนละ สองร้อยสี่สิบ ได้ไง)
“แล้วแบบบุฟเฟ่ หล่ะครับ เท่าไหร่”
“ถ้าเป็นแบบบุฟเฟ่ นี่จะราคา 380 ต่อคนค่ะ”
“ไม่ใช่ 299 หรอครับ”
“อ๋อ 299 นี้ยังไม่รวม ภาษี ค่าบริการ และก็ค่าน้ำค่ะ”
ผมกับเพื่อนมองหน้ากันรอบที่สาม
“งั้นเอาชุดสองละกันครับ”
ผมควักแบงค์ห้าร้อยจ่ายไป แล้วรับเงินทอนกลับมา
“เชิญนั่งที่โต๊ะเลยค่ะ”
พอมานั่งที่โต๊ะ ก็มีพนักงานถือเมนูมาให้เลือกว่าจะรับอาหารอะไรดี เลือกได้หกอย่าง
ผมก็เลือกไป มีเนื้อลายสองจาน เนื้อลิปอาย กุ้ง เบคอน แล้วก็ปลา
หลังจากนั้นไม่นาน พนักงานก็นำอาหารที่สั่ง มาเสิร์ฟที่โต๊ะ พร้อมกับเตาถ่านร้อนๆ

ไม่ผิดหวังกับอาหารที่ได้กิน แต่มันมีแต่เนื้อ เลยรู้สึกเลี่ยนอยู่บ้าง
ผมตัดสินใจสั่ง กิมจิ มาเพิ่ม บอกพนักงานไป
ไม่นานน้องเขาก็นำกิมจิที่ผมสั่งมาให้ พร้อมกับบอกว่า ขออนุญาติเก็บตังค์เลยนะค่ะ สามสิบหกบาทค่ะ
รอบที่สี่ ผมมองหน้าเพื่อน
อารมณ์ประมาณ ไปกินข้าวหน้าปากซอย มีร้านขายข้าวอยู่หลายๆ ร้าน
ผมนั่งอยู่ร้าวข้าวมันไก่กับเพื่อน แล้วดันทะลึ่งไปสั่งข้าวขาหมูร้านข้างๆ มากิน
พอเขามาเสิร์ฟข้าวขาหมู ก็ขอเก็บตังค์ก่อนกลัวผมจะชิ่งหนี
ผมเลยต้องจำใจจ่ายไป
แบงค์ยี่สิบสองใบ รับเงินทอนมาสี่บาท
กิมจิไม่อร่อยเลย
กินอิ่มก่อนออกจากร้าน ถามพนักงานเพื่อนความมั่นใจ
“เดินออกไปได้เลยใช่ไหมครับ” กลัวจะต้องจ่ายอะไรเพิ่มอีก
สรุป กับ อิซุมิ ที่ เซนจูรี่ อาหารดี แต่ งง กับวิธีการบริการของที่นี่
ผิดหวังจากร้านอิซุมิ ผมก็ตัดสินใจไปซื้อตั๋วหนังต่อ แล้วปล่อยให้เพื่อนกลับห้องไปคนเดียว
ภาพจาก "http://content.mthai.com/data/31/1/2008-08-15/27443/detail/detail_images?"
คนไฟลุก ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่ได้ยินรายการวิทยุรายการหนึ่ง มีคนโทรเข้ามา บอกว่าเป็นหนังดี
ผมก็เลยต้องลองดูซะหน่อยว่ามันจะดีจริงรึเปล่า
ยอมรับว่าหนังเรื่องนี้มีโครงเรื่องที่ดี
ออกไปในแนววิทยาศาสตร์ มีการอ้างอิงการทดลองในห้องแลป (ที่ไม่ทันสมัยเอาซะเลย)
ดูแล้วขัดตาอยู่หลายเรื่อง ทั้งประตูที่ใช้กุญแจล็อคบ้าง แสกนนิ้วมือบ้าง
มีการดำเนินเรื่องช้าๆ เพื่อดึกอารมณ์คนดู เหมือนหนังดราม่า หลายๆ เรื่อง
แล้วก็ยังมีฉากหลอนให้ได้ตกใจเป็นบางช่วง
หรือจะเป็นฉากแอกชั่นที่แสนเยือกเย็น พระเอกโคตรเก่ง เช่นเคย
เฮ้ย ตกลง มันหนังแนวไหนกันวะ นั่งคิดในใจ เมื่อหนังจบ
อารมณ์ ครึ่งๆ กลางๆ ค้างๆ คาๆ อยู่ในหัวเต็มไปหมด
เดินออกจากโรงมีอะไรให้คิดเยอะดี สนุกไปอีกแบบ
ผมได้ข้อสรุปตอนท้ายของหนังเรื่องนี้ว่า นางเอก มันก็เลวพอๆ กันนั่นแหละ
ออกจากโรงหนังผมเดิมารอรถไฟฟ้าท
ประตูเปิดออก ผมก้าวเข้าไป หาที่นั่ง
…. …. …. (|||||| |||||| ||||| ) …. …. ….
หมอชิต สถานีปลายทางของผม ก่อนออกจากสถานี ผมได้ถ่ายภาพผู้หญิงคนหนึ่งไว้
เพื่อเตือนตัวเองถึงสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ได้ทำ

ก่อนหน้าที่ผมจะถ่ายรูปนี้ประมาณหนึ่งนาที
ผู้หญิงคนนี้พึ่งเดินสวนกับผมไป เหมือนเธอกำลังรีบ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมหันมองตามเธอไป
เธอยื่นบางอย่างให้ผู้ชาย คนที่ยืนรอคิวแลกเหรียญเพื่อหยอดซื้อบัตร อยู่เป็นคิวสุดท้าย
“ตั๋ววันค่ะยัง ขึ้นได้อีกเที่ยว” เท่าที่ผมจับใจความได้จากเสียงพูดเบาๆ ของเธอ
ผู้ชายคนนั้นงงเล็กน้อย
ผู้หญิงยิ้ม ก้มหน้าแล้วหันหลังเดินจากมา สวนกับผมอีกครั้งหนึ่ง รอยยิ้มยังอยู่บนใบหน้าเธอ
ผมหันมองไปที่ผู้ชาย เขายังคงงงอยู่ ก่อนจะยิ้มแล้วมองตามผู้หญิงไป เดินออกมาจากแถวที่ต่ออยู่ ไปยังทางเข้ารถไฟฟ้า
ผมหันกลับมาเดินตามผู้หญิงคนนั้นไป ยกมือถือขึ้นมาถ่าย (อย่างคนโรคจิต) ผมว่าเธอกำลังแอบยิ้มอยู่ ผมรู้สึกได้
คำถามเกิดขึ้นในใจผม
ทำไมเธอถึงตัดสินใจเดินกลับมายื่นตั๋วให้ผู้ชายคนนั้น (ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้หน้าตาดีไปกว่าผมเลย)
การเดินทางของผมจบลงตรงนี้ สวัสดี
install cURL in windows
Activation of PHP/CURL on windows is starting up notepad (or similar) and removing a semicolon from the following line in php.ini:
;extension=php_curl.dll
(Mentioned here: php.net/manual/install.windows.extensions.php)
libcurl is statically linked in, but the SSL libraries are not, thus the note to Win32 users on php.net/curl. The two SSL-related DLLs from the OpenSSL project (libeay32.dll and ssleay32.dll) are bundled with the Windows PHP package.
In order to SSL-based protocols (such as HTTPS and FTPS) in your Windows environment, you must copy libeay32.dll and ssleay32.dll from the DLL folder of the PHP/ binary package to the SYSTEM folder of your Windows machine. (Ex: C:\WINNT\SYSTEM32 or C:\WINDOWS\SYSTEM).
(Michael Wallner contributed to this)
Eyes Flyer lyrics…
Eyes Flyer lyrics…
if you dance in the dark place do not be afaid..
we all come here to play..
we all come here to sway..
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
oh!!my little baby com’on please be mine??
……………………………………
i want to give u a smiles so let me hold your hands..
i will take you there…
sorry for i have to stare…
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
oh!!my lovely baby com’on please be mine..
……………………………………
don’t let’s me wait so i want you all we stand.
Please give us a try..
i won’t make you cry..
……………………………………
oh!!please say yes!!let’s do what we he here to do..
here my plea…..
can you see…… …………….. we can be??
Color Picker , CSS Viewer —– !!!!!!!!!!!!
วันนี้หาเครื่องมือดูดสีจากหน้าเว็บไซต์ มาดู คิดว่า firefox หน้าจะมีเครื่องมือตัวนี้อยู่
เลยใช้ google หาคำว่า color picker firefox ปรากฏว่าเจอเจ้า ColorZilla
ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับ add-on ตัวนี้ นอกจากจะแสดงสีแล้ว ยังแสดง name id ของ object แต่ละตัวด้วย
คราวนี้ถ้าจะแก้ css ของเว็บไหนก็ง่ายขึ้นละ ไม่ต้องนั่งเดามั่วอีกแล้ว
ตัวนี้ว่าเจ๋งแล้ว ยังมีอีกตัว เจ๋ง กว่า CSSViewer อันนี้บอกหมดทุกอย่าเลย


