คนอย่างผมมีสิทธิตายรึเปล่า
…
” เฉพาะคนที่ผิดหวังในชีวิตเท่านั้นหรือที่มีสิทธิ์ฆ่าตัวตาย แล้วคนที่ไม่หวังอะไรเลยอย่างผมจะมีสิทธิไหม “
…
ผมเรียนจบคณะวิศวะ จากมหาลัยรัฐบาลชื่อดัง ถึงแม้ผมจะไม่ได้จบเกียรตินิยมมาแต่เกรดของผมก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถพูดอวดใครๆ ได้
อาชีพการงานของผมก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว สอบเสร็จเทอมสุดท้ายผมก็ได้งานทำทันที มีเวลาพักแค่สองอาทิตย์ก่อนจะเริ่มงาน เงินเดือนก็ไม่น้อย
เกือบๆ สองหมื่น มันเยอะและมากพอสำหรับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน งานที่ทำก็ไม่ได้น่าเบื่อเลย มันไม่ใช่งานออฟฟิศ ที่คอยเก็บข้อมูลทำเอกสาร
คำนวณตัวเลข แต่มันเป็นงาน อาร์แอนด์ดี ออกแบบและพัฒนาเครื่องจักรกลอุตสาหกรรม ได้ทำเองทุกอย่างตั้งแต่การออกแบบเครื่องจักรราคาไม่กี่แสน
ไปจนถึงสิบๆ ล้าน ได้ลงมือประกอบชิ้นส่วนเอง งานแต่ละวันไม่มีวันไหนที่จะทำซ้ำแบบเดิมๆ เกือบทุกวันผมต้องทำงานล่วงเวลาถึงสามทุ่ม
กว่าจะได้กลับที่พัก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม ดีซะอีกที่ผมจะได้มีอะไรทำไปเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลาในแต่ละวันให้หมดไป เลิกสามทุ่ม แวะกินข้าวก่อนเข้าห้อง
ถึงห้องก็สี่ทุ่มกว่าพอดี อาบน้ำจัดการตัวเองซักพักเวลาก็ล่วงเข้าห้าทุ่ม ถึงเวลานอนแล้ว เช้าจะได้ตื่นตั้งแต่หกนาฬิกาเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน
ให้ทันก่อนสองโมงครึ่ง ชีวิตในแต่ละวันผมก็ดำเนินไปแบบนี้อาจจะมีนอกลู่นอกทางบ้างแต่ก็ไม่ได้เลยเถิดไปไกลจากเดิมเท่าไหร่นัก
ผมมีความสุขดี
สุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ผมพอใจในสิ่งที่ผมมี สิ่งที่ผมเป็นหลายคนอาจจะเรียกมันว่าความพอเพียงใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างพอดี
ไม่ต้องไขว่ขว้าหามาเพิ่มเติม หลายคนคงอิจฉา หลายคนคงอยากเป็นแบบผม ชีวิตผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
พอแค่นี้
แล้วผมจะอยู่ต่อไปทำไม คนที่ไม่เคยหวังอะไรเลยอย่างผมจะอยู่บนโลกนี้ไปเพื่ออะไร แน่นอนถ้าผมตายไป หลายคนคงเสียใจ หลายคนคงร้องไห้
แต่มันก็คงเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง
ไม่นานความทรงจำเกี่ยวกับตัวผมในคนเหล่านั้นก็จะถูกทับถมด้วยความทรงจำใหม่ๆ ยากที่ใครจะขุดคุ้ยมันขึ้นมา หรือบางทีมันอาจไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ที่จะดึงเอาความทรงจำของผมขึ้นมาหวนรำลึกอีกครั้ง
…
” ผมพอใจกับการใช้ชีวิตที่ผ่านมา ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว คนอย่างผมมีสิทธิตายรึเปล่า “
…