โลกไม่ใช่ของเรา

ก็แค่บล็อคธรรมดา

อิซึมิ burn ตั๋วเที่ยวเดียว

leave a comment »

วันก่อนมีพี่ส่งลิงค์ของเว็บพันทิพมาให้ เปิดเข้าไปดูก็พบกับร้านอาหารชื่ออิซุมิ

http://gourmet.masii.com/th/restaurant/images/shop/s_pic1_20060829153234id1164.jpg

ภาพจากเว็บ "http://gourmet.masii.com/th/restaurant/images/shop/s_pic1_20060829153234id1164.jpg"

อิซุมิ เป็นร้านเนื้อย่างอยู่ตรง เซ็นจูรี่  อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  เห็นรูปภาพในเว็บแล้วก็ชวนให้เกิดความหิว

เคยคุยกับพี่เอาไว้ว่าจะต้องไปลองกินให้ได้ซักที  ผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้กินซักที

วันนี้พอดีมีเพื่อนทักมาในเว็บว่าไปหาไรกินกัน เลยเข้าที  เสนอเพื่อนไปว่าไปกินเนื้อย่างกันดีกว่า

ตอนแรกเพื่อนก็ลังเลอยู่พักหนึ่ง กลัวว่ามันจะไกลจากหอเขา  แต่พอบอกว่าอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัย ก็เป็นอันตกลง

เพราะเดินทางสะดวก มีรถไฟฟ้าผ่าน

หลังจากนั้นก็ส่งลิงค์ให้เพื่อนดูเพื่อเรียกน้ำย่อย เพื่อนบอกกลับมาว่า น่ากินดี  ราคาก็ไม่แพงเกิน พอรับได้   180 กว่าบาท

นัดแนะเวลากันเรียบร้อย ผมก็จัดของเก็บ ขึ้นรถเมล์ต่อรถไฟฟ้า ตรงไปยังอนุสาวรีย์

เจอเพื่อนที่หน้าเซนจูรี่ ก็เดินกันเข้าไป ขึ้นไปชั้นสอง เดิน เข้าไปด้านในหน่อยก็เจอป้ายร้านอิซุมิ ภาษาญี่ปุ่นตัวใหญ่

พอมายืนอยู่หน้าร้านถึงกับอึ้ง  บุฟเฟ่ 299  ทำไมมันแพงจังวะ ไม่เห็นเหมือนในเว็บที่ได้มาเลย

มองหน้ากันสองคน  เอาก็เอาวะ อุตส่ามาละ เพิ่มอีกร้อยคงไม่เป็นไร

ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในร้าน มีพนักงานเข้ามาถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“กี่ท่านค่ะ” “สองครับ”

ผมกับเพื่อนกำลังจะเดินตรงเข้าไป แต่น้องพนักงานคนเดิมก็ชี้ไปที่เคาท์เตอร์

“เดี๋ยวจ่ายเงินทางนี้ก่อนนะค่ะ”

เกิดอาการงงครั้งที่สองผมหันไปมองหน้าเพื่อน เหมือนเพื่อนจะรู้ทันว่าผมคิดอะไรอยู่

ยังไม่ได้กินเลยต้อง  จ่ายแล้วหรอ

ผมก็เดินไปที่เคาท์เตอร์

พนักงานที่เคาท์เตอร์ยิ้มให้

“จะรับแบบไหนดีค่ะ”

(มันมีกี่แบบวะ)

“มีแบบไหนบ้างครับ”

“ก็ถ้ามาสองท่านแนะนำเป็นชุดที่สองค่ะ  เลือกอาหารได้ หกอย่าง ท่านละ 240 บาทค่ะ”

(แต่ในเมนูมันเขียนไว้ว่าสองคน สองร้อยแปดสิบกว่า ไม่ใช่หรอ กลายเป็นคนละ สองร้อยสี่สิบ ได้ไง)

“แล้วแบบบุฟเฟ่ หล่ะครับ เท่าไหร่”

“ถ้าเป็นแบบบุฟเฟ่ นี่จะราคา 380  ต่อคนค่ะ”

“ไม่ใช่ 299 หรอครับ”

“อ๋อ 299 นี้ยังไม่รวม ภาษี ค่าบริการ และก็ค่าน้ำค่ะ”

ผมกับเพื่อนมองหน้ากันรอบที่สาม

“งั้นเอาชุดสองละกันครับ”

ผมควักแบงค์ห้าร้อยจ่ายไป แล้วรับเงินทอนกลับมา

“เชิญนั่งที่โต๊ะเลยค่ะ”

พอมานั่งที่โต๊ะ ก็มีพนักงานถือเมนูมาให้เลือกว่าจะรับอาหารอะไรดี เลือกได้หกอย่าง

ผมก็เลือกไป มีเนื้อลายสองจาน เนื้อลิปอาย กุ้ง เบคอน แล้วก็ปลา

หลังจากนั้นไม่นาน พนักงานก็นำอาหารที่สั่ง มาเสิร์ฟที่โต๊ะ พร้อมกับเตาถ่านร้อนๆ

ไม่ผิดหวังกับอาหารที่ได้กิน  แต่มันมีแต่เนื้อ เลยรู้สึกเลี่ยนอยู่บ้าง

ผมตัดสินใจสั่ง กิมจิ มาเพิ่ม บอกพนักงานไป

ไม่นานน้องเขาก็นำกิมจิที่ผมสั่งมาให้ พร้อมกับบอกว่า  ขออนุญาติเก็บตังค์เลยนะค่ะ สามสิบหกบาทค่ะ

รอบที่สี่  ผมมองหน้าเพื่อน

อารมณ์ประมาณ ไปกินข้าวหน้าปากซอย  มีร้านขายข้าวอยู่หลายๆ ร้าน

ผมนั่งอยู่ร้าวข้าวมันไก่กับเพื่อน แล้วดันทะลึ่งไปสั่งข้าวขาหมูร้านข้างๆ มากิน

พอเขามาเสิร์ฟข้าวขาหมู ก็ขอเก็บตังค์ก่อนกลัวผมจะชิ่งหนี

ผมเลยต้องจำใจจ่ายไป

แบงค์ยี่สิบสองใบ รับเงินทอนมาสี่บาท

กิมจิไม่อร่อยเลย

กินอิ่มก่อนออกจากร้าน ถามพนักงานเพื่อนความมั่นใจ

“เดินออกไปได้เลยใช่ไหมครับ” กลัวจะต้องจ่ายอะไรเพิ่มอีก

สรุป กับ อิซุมิ ที่ เซนจูรี่  อาหารดี แต่ งง กับวิธีการบริการของที่นี่

ผิดหวังจากร้านอิซุมิ ผมก็ตัดสินใจไปซื้อตั๋วหนังต่อ  แล้วปล่อยให้เพื่อนกลับห้องไปคนเดียว

//content.mthai.com/data/31/1/2008-08-15/27443/detail/detail_images?

ภาพจาก "http://content.mthai.com/data/31/1/2008-08-15/27443/detail/detail_images?"

คนไฟลุก ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่ได้ยินรายการวิทยุรายการหนึ่ง มีคนโทรเข้ามา บอกว่าเป็นหนังดี

ผมก็เลยต้องลองดูซะหน่อยว่ามันจะดีจริงรึเปล่า

ยอมรับว่าหนังเรื่องนี้มีโครงเรื่องที่ดี

ออกไปในแนววิทยาศาสตร์ มีการอ้างอิงการทดลองในห้องแลป (ที่ไม่ทันสมัยเอาซะเลย)

ดูแล้วขัดตาอยู่หลายเรื่อง ทั้งประตูที่ใช้กุญแจล็อคบ้าง แสกนนิ้วมือบ้าง

มีการดำเนินเรื่องช้าๆ เพื่อดึกอารมณ์คนดู เหมือนหนังดราม่า หลายๆ เรื่อง

แล้วก็ยังมีฉากหลอนให้ได้ตกใจเป็นบางช่วง

หรือจะเป็นฉากแอกชั่นที่แสนเยือกเย็น พระเอกโคตรเก่ง เช่นเคย

เฮ้ย ตกลง มันหนังแนวไหนกันวะ  นั่งคิดในใจ เมื่อหนังจบ

อารมณ์ ครึ่งๆ กลางๆ ค้างๆ คาๆ อยู่ในหัวเต็มไปหมด

เดินออกจากโรงมีอะไรให้คิดเยอะดี สนุกไปอีกแบบ

ผมได้ข้อสรุปตอนท้ายของหนังเรื่องนี้ว่า  นางเอก มันก็เลวพอๆ กันนั่นแหละ

ออกจากโรงหนังผมเดิมารอรถไฟฟ้าท

ประตูเปิดออก  ผมก้าวเข้าไป หาที่นั่ง

…. ….  …. (|||||| |||||| ||||| ) …. …. ….

หมอชิต สถานีปลายทางของผม ก่อนออกจากสถานี  ผมได้ถ่ายภาพผู้หญิงคนหนึ่งไว้

เพื่อเตือนตัวเองถึงสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ได้ทำ

ก่อนหน้าที่ผมจะถ่ายรูปนี้ประมาณหนึ่งนาที

ผู้หญิงคนนี้พึ่งเดินสวนกับผมไป เหมือนเธอกำลังรีบ

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมหันมองตามเธอไป

เธอยื่นบางอย่างให้ผู้ชาย คนที่ยืนรอคิวแลกเหรียญเพื่อหยอดซื้อบัตร อยู่เป็นคิวสุดท้าย

“ตั๋ววันค่ะยัง ขึ้นได้อีกเที่ยว”  เท่าที่ผมจับใจความได้จากเสียงพูดเบาๆ ของเธอ

ผู้ชายคนนั้นงงเล็กน้อย

ผู้หญิงยิ้ม ก้มหน้าแล้วหันหลังเดินจากมา สวนกับผมอีกครั้งหนึ่ง  รอยยิ้มยังอยู่บนใบหน้าเธอ

ผมหันมองไปที่ผู้ชาย  เขายังคงงงอยู่  ก่อนจะยิ้มแล้วมองตามผู้หญิงไป เดินออกมาจากแถวที่ต่ออยู่ ไปยังทางเข้ารถไฟฟ้า

ผมหันกลับมาเดินตามผู้หญิงคนนั้นไป ยกมือถือขึ้นมาถ่าย (อย่างคนโรคจิต)  ผมว่าเธอกำลังแอบยิ้มอยู่ ผมรู้สึกได้

คำถามเกิดขึ้นในใจผม

ทำไมเธอถึงตัดสินใจเดินกลับมายื่นตั๋วให้ผู้ชายคนนั้น (ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้หน้าตาดีไปกว่าผมเลย)

การเดินทางของผมจบลงตรงนี้ สวัสดี

Written by pleonix

กันยายน 17, 2008 ที่ 4:37 pm

บันทึกโพสใน 1 day Trip

ใส่ความเห็น